พาชม GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor ทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการรับรองจาก Valve รายการแรกในไทย

by geekjuggler
13 May 2018 - 07:54

หนึ่งในเทรนด์ที่ทั่วโลกจับตามองสำหรับปี 2018 คือ eSports หรือ การแข่งขันเกมในฐานะกีฬา ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ชาวไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ การแข่งขัน eSports ในรายการใหญ่ อย่าง GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor ทัวร์นาเมนต์ Dota 2 ระดับนานาชาติที่มาแข่งขันกันที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9-12 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เขียนได้ไปร่วมชมการแข่งขันในวันสุดท้าย จึงอยากจะพาทุกคนได้มาร่วมชมงานทัวร์นาเมนต์นี้ไปด้วยกัน

GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor ทำไมถึงสำคัญ?
GESC Thailand Dota 2 Pro Circuit Minor หรือ เรียกสั้นๆ ว่า GESC Thailand นี้เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการรับรองจาก Valve ผู้พัฒนาเกม Dota 2 ให้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีการเก็บสะสมแต้มใน Dota Pro Circuit 2017-2018 เพื่อชิงสิทธิ์ได้เป็นทีมเชิญในการแข่งขันชิงแชมป์โลก The International 2018
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ทัวร์นาเมนต์นี้เปรียบได้กับสเตจในการแข่งขันจักรยานหรือการแข่งรถที่ทีมต่างๆ ต้องเข้ามาร่วมแข่งขัน โดยจะมีทัวร์นาเมนต์แบบนี้กระจายอยู่ทั่วโลกนั่นเอง

สำหรับสถานะของทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการรับรองให้อยู่ใน Dota Pro Circuit 2017-2018 นี้จะมีอยู่สองระดับ แบ่งตามเงินรางวัลและแต้มที่จะได้รับ ซึ่ง GESC Thailand เป็นระดับ Minor มีเงินรางวัลรวม 300,000 ดอลลาร์ หรือ เกือบสิบล้านบาทนั่นเอง (ส่วนระดับ Major จะมีเงินรางวัลมากกว่า 1,000,000 ดอลลาร์ขึ้นไป)
นอกจากนี้ GESC Thailand ยังเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการจัดการแข่งขันในระดับที่ใหญ่ขนาดนี้

GESC Thailand ในรอบสุดท้าย (11-12 พฤษภาคม 2018) จัดขึ้นที่ Hall 106 ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ซึ่งนับว่าเดินทางได้สะดวก และหาของกินได้ไม่ยากนัก เนื่องจากมีศูนย์อาหารอยู่ไม่ไกล แต่อาจจะต้องเดินเข้ามาลึกนิดหน่อยเพราะอยู่ไกลจากทางเข้าพอสมควร

การจัดเวทีและจอสำหรับรับชมการแข่งขันของ GESC Thailand นั้นถือว่าทำออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้กับทัวร์นาเมนต์ต่างชาติอื่นๆ ที่เคยเห็นมา ซึ่งถือว่างานนี้ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ Dota 2 ในไทยและประเทศเพื่อนบ้านเราเป็นอย่างดี บรรยากาศการชมและเชียร์ของคนดูก็เป็นไปอย่างคึกคัก

อีกหนึ่งกิจกรรมที่แฟนๆ ต่างให้ความสนใจกันเป็นพิเศษคือการแจกลายเซ็นของผู้เล่นที่มาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมขวัญใจของหลายๆ คนอย่าง Evil Geniuses ที่มีคนมารอต่อคิวครบจำนวนที่กำหนด 200 คนอย่างรวดเร็ว หนึ่งสิ่งที่น่ายินดีคือ ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กหรือทีมใหญ่ แฟนชาวไทยต่างให้การต้อนรับและต่อคิวขอลายเซ็นกันอย่างเนืองแน่น

ทั้งนี้ ผมได้มีโอกาสได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย และนี่คือบางส่วนของการถาม-ตอบที่น่าสนใจจากช่วงสัมภาษณ์

VGJ.Storm

คิดอย่างไรกับ Dota 2 ในไทยหรือในโซน SEA
สกิลของผู้เล่นในโซน SEA นั้นค่อนข้างห่างกับผู้เล่นในโซนอื่นๆ อย่างยุโรป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เล่นที่ต้องการจริงจังกับการแข่งขันต้องพัฒนาจุดนี้ให้มากขึ้น

สไตล์การเล่นของทีม VGJ.Storm เป็นแบบไหน
พวกเราเล่นกับแบบสบายๆ และ ไม่เครียด ไม่ว่าช่วงเวลาไหนเราก็ยิ้มออกมาได้ เช่น ตอนที่พวกเรากำลังโดน Mega Creep ก็คุยกันว่า ก็ออก Divine Rapier ไปสู้สิ อะไรแบบนั้น

Evil Geniuses

คิดอย่างไรกับระบบแพตช์แบบใหม่ที่ออกมาทุกๆ 2 สัปดาห์
ทีมที่ได้เปรียบกับระบบแพตช์แบบนี้คือทีมที่สามารถปรับสไตล์การเล่นของตัวเองได้ง่าย และ จะส่งผลอย่างมากกับทีมที่ยึดแผนเดิมๆ ในการเล่น ซึ่งท้ายที่สุด ทุกทีมก็ต้องยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับแพตช์ใหม่อยู่ดี

ทีมไหนคือทีมที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวกเขาในเวลานี้
ด้วยสภาพฟอร์มของทีมในขณะนี้ สำหรับเราทุกทีมดูยากสำหรับเราไปหมด แต่ตอนนี้ เราจะโฟกัสหลักๆ ไปที่การแข่งขันรายการ Major ที่กำลังจะมาถึง

The Final Tribe

เป้าหมายต่อไปของพวกเขาหลังจากจบรายการนี้
เตรียมตัวสำหรับรายการ Super Major ที่กำลังจะมาถึง เตรียมเก็บตัวเพื่อฝึกซ้อมการแข่งขันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

คิดว่าตัวเองเหมาะสมไหมกับการได้รับอันดับ 5-6 จากรายการนี้
ด้วยสถานการณ์ที่มีแพทช์ใหม่ปล่อยออกมาก่อนวันแข่งขันหนึ่งวัน ซึ่งพวกเราไม่รู้เลยว่าจะเล่นหรือรับมืออย่างไรกับแพทช์นี้ และด้วยฟอร์มของทีมในตอนนี้ อันดับ 5-6 นั้นเหมาะสมแล้ว และจะพยายามให้มากขึ้นกับทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะมาถึง

ใครเป็นคนตั้งชื่อทีมว่า The Final Tribe
ชื่อนี้มาจากไอเดีย CEO ของเราเอง

Alpha Red

คิดว่าอะไรคือสิ่งที่แตกต่างกับทีมในระดับท็อป
ฝีมือ ประสบการณ์ และ ทีมเวิร์ค โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนฮีโร่ที่สามารถเล่นได้อย่างมั่นใจ ซึ่งมีผลมาก เพราะทางทีมมีตัวเลือกให้เล่นที่น้อยกว่า

จริงไหมที่ทีมไทย ผู้เล่นมีสกิลการเล่นแต่ไม่มีทีมเวิร์ค
จริง แต่สิ่งที่ทีมไทยขาดมากกว่าคือความเข้าใจเกมที่ช้ากว่า และ มองแผนการณ์เล่นที่ช้ากว่าทีมอื่นๆ จึงทำให้เสียเปรียบ

ที่ผ่านมา ทีมจากไทยเคยสามารถสู้กับทีมอื่นในโซน SEA ได้อย่างสูสี แต่ตอนนี้ ช่องว่างตรงนี้เริ่มมากขึ้น คิดว่าจะมีโอกาสกลับไปสู่จุดนั้นได้อีกไหม
Alpha Red ตั้งขึ้นมาได้ 6 เดือนซึ่งผลงานในขณะนี้ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว แต่เราขอเวลาอีกสักหนึ่งปี เราคิดว่ามีโอกาสมากๆ ที่จะกลับมาสู้กับทีมอื่นๆ ในโซน SEA ได้อย่างสูสีกันอีกครั้ง

Xyclopz หรือ ตรีภพ เที่ยงตรง (ซ้ายมือ) แคสเตอร์คนไทยที่ได้รับหน้าที่บรรยายเกมในรอบตัดเชือกผ่านช่องหลักของทัวร์นาเมนต์

คลิประหว่างช่วงรอการแข่งขัน โดยให้แคสเตอร์ชาวต่างชาติมาลองชิมขนมไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือแมลงทอด

ในรอบชิงชนะเลิศ เป็นการโคจรมาเจอกันของสองม้ามืดที่ไม่มีใครคิดมาก่อน คือ Keen Gaming ที่มาพร้อมฟอร์มสุดดุดัน เอาชนะทีมเต็งแชมป์อย่าง Evil Geniuses และ Team Secret มาได้ และ VGJ.Storm ที่ได้ผู้เล่นตำแหน่ง Mid lande มากประสบการณ์อย่าง Roman "Resolut1on" Fominok มาเสริมทัพ และสุดท้าย แชมป์ของรายการนี้ก็ตกเป็นของ VGJ.Storm ที่คุมเกมได้อย่างเหนือกว่าในรอบชิงชนะเลิศ คว้าชัยชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 เกม รับเงินรางวัล 110,000 ดอลลาร์ไปครอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสามารถเก็บคะแนนจากรายการนี้มาได้ แต่ Keen Gaming และ VGJ.Storm จะไม่มีสิทธิ์ได้เป็นทีมเชิญสำหรับงาน The International 2018 เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลังช่วงเวลาที่กำหนด ทำให้ทั้งคู่ต้องลงไปแข่งในรอบ Open Qualifier ของแต่ละโซนอยู่ดี ส่วน Team Secret ที่คว้าอันดับ 3-4 จากรายการนี้ จากคะแนนที่ได้รับทำให้ทางสถิติแล้ว พวกเขาจะเป็นทีมที่ 3 ที่มีคะแนนมากพอในการรับสิทธิ์ไปแข่งขันใน The International 2018 ตาม Virtus.Pro และ Team Liquid ที่ลอยลำไปแล้วก่อนหน้านี้

Roman "Resolut1on" Fominok จากทีม VGJ.Storm มาแจกลายเซ็นและถ่ายรูปร่วมกับแฟนๆ หลังจากได้แชมป์

โดยรวมแล้วถือว่า GESC Thailand น่าจะทำให้ทุกคนที่ได้ไปชมนั้น รับความประทับใจกลับบ้านไปอย่างเต็มที่ แต่ถ้าจะมีจุดที่อาจจะต้องปรับปรุงบ้าง ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคาบัตรที่อาจจะสูงเกินไปสักเล็กน้อย และ สถานที่ที่ใหญ่ไปนิด ทำให้แม้ว่ามีคนมาชมการแข่งขันกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังทำให้ดูโล่งอยู่ดี

งานนี้อาจจะสเกลเล็กกว่า Manila Masters ที่ผมได้ไปมาเมื่อปีก่อน แต่ก็ถือว่า GESC Thailand เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับการทำให้กรุงเทพมหานครฯ ก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการจัดการแข่งขัน Dota 2 หรือ eSports อื่นๆ ในอนาคต เพราะการจัดงานในครั้งนี้ถือว่าได้มาตรฐานไม่แพ้กับทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติอื่นๆ เลย การที่แฟนๆ ได้ออกมาแสดงพลังในทัวร์นาเมนต์นี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งเสียงยืนยันต่อผู้จัดงานว่าผู้เล่นในไทยพร้อมให้การสนับสนุนการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ eSports ต่อไปในอนาคตครับ

Blognone Jobs Premium