หลุมพรางการตลาดกับการก้าวพ้นกำแพงของความสมเหตุสมผล: กรณี MacBook Pro 17 นิ้ว

by mk
7 January 2009 - 00:51

บทความรับเชิญจากคุณชิตพงษ์ กิตตินราดร นักเขียนจาก Business Week (ผมเคยของานเขียนเรื่อง แบ่งปันอย่างเสรีบนโลกออนไลน์ด้วยครีเอทีฟคอมมอนส์ มาลงให้อ่านไปก่อนหน้านี้แล้ว ถ้ายังจำกันได้) -- mk

หลุมพรางการตลาดกับการก้าวพ้นกำแพงของความสมเหตุสมผล: กรณี MacBook Pro 17 นิ้ว

ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวกับการเปิดตัว MacBook Pro 17 นิ้วรุ่นใหม่ของแอปเปิลซึ่งถ้าไม่ถูกใจใครก็ขออภัยครับ

แอปเปิลเพิ่งเปิดตัว MacBook Pro ขนาดหน้าจอ 17 นิ้วรุ่นใหม่ล่าสุดที่งาน MacWorld ที่มีจุดเด่นตรงแบตเตอรี่แบบใหม่ ที่ถอดเปลี่ยนไม่ได้ แต่สามารถใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมง และชาร์จได้ 1,000 ครั้ง
New 17-inch MacBook Pro

ราคาเริ่มต้นของ Macbook Pro รุ่นนี้ อยู่ที่ $2,799 หรือประมาณ 98,000 บาท แน่นอนว่าถ้าจะคิดให้สมเหตุสมผล คนที่มีกำลังซื้อขนาดนี้น่าจะมีรายได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 100,000 บาท แลกกับสิ่งที่ได้มาคือแล็ปท็อปจอใหญ่ประสิทธิภาพสูง ที่สามารถใช้งานโดยไม่เสียบปลั๊กได้เป็นเวลานาน

คำถามก็คือ ในประเทศไทยจะมีลูกค้ากลุ่มใดที่มีคุณสมบัติตรงกับคำบรรยายดังกล่าว? จะมีใครที่

  1. มีรายได้มากกว่าเดือนละ 100,000 บาท
  2. ต้องการแล็ปท็อปจอใหญ่พิเศษ ประสิทธิภาพสูง (ที่มักจะมีประโยชน์กับงานมัลติมีเดีย เช่นแต่งภาพ แต่งเพลง ติดต่อหนัง) และ
  3. ต้องการใช้งานแล็ปท็อปดังกล่าวในลักษณะเคลื่อนที่ ที่ไม่สามารถเสียบปลั๊กไฟเป็นระยะเวลายาวนาน เช่น บนรถ บนเครื่องบิน ในร้านกาแฟ การนำเสนองาน

ตามความเข้าใจของผม คนที่มีคุณลักษณะครบ 3 ประการข้างต้นที่เหมาะสมจริงๆ กับการเป็นเจ้าของ MacBook Pro รุ่นใหม่นี้ ไม่น่าจะมีมากนัก ถ้าเราเอาข้อแรกคือมีรายได้สูงเป็นที่ตั้ง จะพบว่าส่วนมากคนมีรายได้สูงขนาดนี้ ในประเทศไทย มักมีตำแหน่งบริหาร จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานแล็ปท็อปในลักษณะ “professional” แบบนักวิชาชีพเช่นนักออกแบบ นักแต่งเพลง นักตัดต่อ

ถ้าเอาข้อ 2 ตั้งต้น คือผู้ใช้เป็นนักวิชาชีพที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจง ส่วนมากก็จะไม่มีรายได้พอที่จะซื้อ MacBook Pro ได้

และถ้าจะเอาข้อ 3 ตั้งต้น คือต้องการ mobility สูงมากๆ เลยต้องการแบตเตอรี่ใช้ได้นาน ประสิทธิภาพสูง คนเหล่านี้มักต้องการแล็ปท็อปขนาดเล็กและเบา เช่นหน้าจอขนาด 13 นิ้วลงไป และน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม ไม่ใช่ 3 กิโลกรัม (6.6 ปอนด์) แบบ MacBook Pro 17 นิ้ว

แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังเชื่อว่า MacBook Pro รุ่นนี้จะขายได้มากพอสมควร เพราะถึงแม้จะมีความไม่สมเหตุสมผลหลายประการ แต่แอปเปิลมีพลังอำนาจทางการตลาดและจิตวิทยาสูงมาก จนทำให้ผู้ใช้ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยพยายามกระเบียดกระเสียน กู้หนี้ยืมสินมาซื้อผลิตอุปกรณ์ที่มีราคาเท่ากับเงินเดือนเกือบครึ่งปี คนเหล่านี้อาจจะซื้อเพราะมัน “ดีที่สุด” หรือเพราะมี “มีทุกอย่าง” หรือเพราะมันเท่ห์ การซื้อโดยปัจจัยชี้นำสุดโต่งแบบนี้ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มก้าวพ้น กำแพงของความสมเหตุสมผล ไม่ต่างกับสาเหตุแห่งวิกฤติ sub-prime ที่ธนาคารปล่อยกู้ให้ลูกค้าอย่างไม่ลืมหูลืมตาด้วยความละโมบ

ยิ่งเมื่อพิจารณาว่า MacBook Pro รุ่นนี้ก็เหมือนกับ iPod และ iPhone ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ การซื้อ MacBook Pro รุ่นนี้มาใช้เท่ากับการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างไม่ยั่งยืน เพราะซื้อไปก็รอวันแบตเตอรี่เสื่อม ต้องทิ้งไปในที่สุด แทนที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่และใช้งานต่อได้อีกนาน

ผมคิดว่าท้ายที่สุด เราต้องหันกลับมามองการตลาดและบริโภคนิยมสุดขั้วแบบนี้ในมุมมองจากนกบนท้องฟ้า เพื่อค้นพบความไม่สมเหตุสมผลขั้นพื้นฐานที่คนที่เป็นตัวละครหรือผู้เล่นมักมองข้ามไป

ต้นฉบับจาก - Entagled

Blognone Jobs Premium