รีวิว Xiaomi Mi 8 Pro ดีไซน์เรียบหรู, ฝาหลังใส, ชิป Snapdragon 845 พร้อมแรม 8GB

by RoseGold
17 December 2018 - 10:43

Xiaomi Mi 8 Pro สมาร์ทโฟนระดับท็อปในตระกูล Mi 8 ความพิเศษของรุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่สเปกที่ใช้ชิป Snapdragon 845, สแกนลายนิ้วมือในจอสำหรับปลดล็อก ยังมาพร้อมฝาหลังกระจกแบบใส แตกต่างจากฝาหลังของสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ วางขายในไทยแล้ว ราคา 19,990 บาท

สเปก Xiaomi Mi 8 Pro
  • จอ AMOLED ขนาด 6.21 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2248 x 1080 พิกเซล), สัดส่วน 18.7:9
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 845, จีพียู Adreno 630
  • แรม 8GB, รอม 128GB
  • กล้องหลังคู่ 12MP (f/1.8) เซ็นเซอร์ Sony IMX363 + 12MP (f/2.4) เซ็นเซอร์ Samsung S5K3M3, มีกัน- สั่น OIS แบบ 4 แกน, มี AI ช่วยถ่ายภาพ
  • กล้องหน้า 20MP, เซ็นเซอร์ Samsung S5K3T1, f/2.0, มี AI ช่วยเซลฟี่
  • ระบบปลดล็อกหน้าจอด้วย Infrared Face Unlock และสแกนลายนิ้วมือในจอ
  • พอร์ท USB Type-C
  • รองรับ 2 ซิม
  • แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อม Qualcomm Quick Charge 4+
  • ตัวเครื่องมีสีเดียว คือ สีเทา (Transparent Tiatanium)

ตัวเครื่อง

Xiaomi Mi 8 Pro ขนาดจอ 6.21 นิ้ว เมื่อมองด้านหน้ายังให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจาก Mi 8 กรอบตัวเครื่องเป็นอะลูมเนียม สามารถหยิบถือง่ายด้วยมือเดียว ส่วนจอภาพให้การแสดงผลที่ชัดเจน สู้แสงได้ดี

ฝาหลังเป็นจุดเด่นของ Mi 8 Pro มาพร้อมกระจกแบบใส มองเห็นชิ้นส่วนภายใน แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่มักใช้ฝาหลังกระจกสีทึบหรือฝาหลังแบบโลหะ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับฝาหลังกระจกคือ รอยนิ้วมือ อย่างไรก็ตามข้อดีของฝาหลังกระจกแบบใสนี้แม้จะเปื้อนรอยนิ้วมือ แต่จะไม่เห็นชัดมากนัก สามารถเช็ดออกง่าย และไม่มีปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง

ดีไซน์กล้องหลังคู่เรียงกันเป็นแนวตั้งชิดขอบด้านซ้าย พร้อมแฟลช LED คั่นกลาง เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากรุ่น Mi 8

ตำแหน่งรอยแหว่งของจอประกอบไปด้วยกล้องหน้า, ลำโพงสนทนา, อินฟาเรดสำหรับใช้สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อกจอ

ขอบตัวเครื่องฝั่งขวาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง กับปุ่มพาวเวอร์ ฝั่งซ้ายเป็นช่องสำหรับใส่ซิมแบบ Nano SIM ใช้งานได้สองซิม ไม่รองรับ microSD card

ขอบด้านล่างเป็นตำแหน่งลำโพงเสียง และพอร์ท USB Type-C

การใช้งาน

Xiaomi Mi 8 Pro ยังใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะได้ไปต่อกับ Android 9 Pie ครอบทับด้วย MIUI 9.6 มาพร้อมชิป Snapdragon 845 และแรม 8GB สะดวกต่อการใช้งานทั่วไปได้ลื่น การเปิดปิดและสลับใช้งานแอพต่างๆ สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

การทดสอบเล่นกับเกม PUBG Mobile ผู้เขียนตั้งค่ากราฟิก HDR HD และเฟรมเรทสูงระดับ Ultra สามารถเล่นได้ลื่นแบบไม่สะดุด นอกจากนี้การระบายความร้อนยังทำได้ดี เครื่องร้อนช้า

สแกนลายนิ้วมือ

Xiaomi Mi 8 Pro มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือในจอ เมื่อนิ้วแตะที่จุดสแกนบนหน้าจอจำเป็นต้องลงน้ำหนักเล็กน้อย โดยความเร็วในการปลดล็อกหน้าจอทำได้เร็วและสแกนได้แม้ในขณะหน้าจอปิดอยู่ อย่างไรก็ตามจากการทดสอบพบว่าหากบนหน้าจอมีฝุ่นเกาะอยู่จะมีผลทำให้การสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อกทำได้ยากขึ้น ซึ่งผู้ใช้อาจแก้ปัญหาโดยใช้สแกนใบหน้าควบคู่ไปด้วยก็ได้

กล้องถ่ายภาพ

สเปกของกล้องหลังคู่ของ Mi 8 Pro ถอดแบบมาจากรุ่น Mi 8 ทั้งหมด ทั้งความละเอียด 12 + 12 ล้านพิกเซล, ใช้เซนเซอร์ Sony IMX363 สำหรับกล้องหลัก และมีรูรับแสง f/1.8 ส่วนกล้องรองเป็นเซนเซอร์ S5K3M3 จาก Samsung, รูรับแสง f/2.4 และมี AI ช่วยถ่ายภาพ

คุณภาพของภาพถ่ายจากที่ผู้เขียนได้ทดสอบพบว่าการโฟกัสภาพและการทำงานของชัตเตอร์ทำได้เร็ว สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังละลาย ปรับระดับหลังละลายภายหลังถ่ายเสร็จได้ ส่วนระบบ AI มีความรวดเร็วในการจับภาพ รวมถึงแยกแยะประเภทของวัตถุและภาพบุคคล

การถ่ายภาพกลางคืนในสถานที่ที่มีแสงน้อยมากๆ ส่วนตัวของผู้เขียนมองว่าภาพที่ออกมายังมีจุดบนภาพพอสมควรและความคมชัดน้อย ขณะเดียวกันการถ่ายภาพย้อนแสง ภาพของตัวแบบที่นำมาทดสอบยังมืดไปสักเล็กน้อย

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง ไม่ปรับแต่งใดๆ แค่ลดขนาดภาพลงมาเท่านั้น

ส่วนกล้องหน้ามากับความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีโหมด Beauty มาด้วย ช่วยปรับใบหน้าเรียบเนียน เหมาะสำหรับสาวๆ ที่รักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า ไม่ปรับแต่งใดๆ แค่ลดขนาดภาพลงมาเท่านั้น

แบตเตอรี่

Xiaomi Mi 8 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh น้อยกว่ารุ่น Mi 8 ที่มากับแบตเตอรี่ 3400 mAh แต่ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว Qualcomm Quick Charge 4+ โดยการใช้งานทั่วไป เช่น เช็กอีเมล, เปิด Facebook, แชท LINE แบตเตอรีก็ยังทนอยู่ได้ครบ 1 วัน หากใครที่เน้นเล่นเกมหรือใช้ถ่ายรูปเยอะๆ ก็คงต้องเตรียมสายชาร์จและพาวเวอร์แบงค์ไว้เป็นทางเลือกเมื่อแบตเตอรี่ใกล้จะหมดครับ

สรุป

ด้วยดีไซน์ฝาหลังกระจกแบบใสถือเป็นเอกลักษณ์ของ Xiaomi Mi 8 Pro ที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนที่วางขายทั่วไป ส่วนคุณสมบัติในการใช้งานทั่วไปครบครันและตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ไม่ได้คาดหวังฟีเจอร์ล้ำๆ ขณะจุดด้อยของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้คงหนีไม่พ้นแบตเตอรี่ที่ให้มาเพียง 3000 mAh

Blognone Jobs Premium