กูเกิลแฉหลักฐาน Bing พยายามดึงข้อมูลกูเกิล, ถามทำไมไม่ตัดข้อมูลการคลิกออกถ้ามีปัญหา

by mk
4 February 2011 - 02:36

อันนี้เป็นภาคสี่ของมหากาพย์ Google vs Bing ครับ ย้อนตอนเก่าก่อน

  1. กูเกิลโวยบิงขโมยผลการค้นหา
  2. ไมโครซอฟท์โต้กูเกิล "ไม่ได้ก็อปปี้ แค่นำข้อมูลจากผู้ใช้มาปรับปรุงระบบ"
  3. ไมโครซอฟท์ยืนยัน "ไม่ได้ก็อปผลค้นหา" "กูเกิลเล่นสกปรก"

ภาคสี่เป็นการตอบโต้จากฝั่งกูเกิล นำโดย Matt Cutts วิศวกรฝ่ายต่อต้านสแปมในผลการค้นหาของกูเกิล เขียนลงบล็อกส่วนตัวของเขาเองว่า เขาเคารพในฝีมือของพนักงาน Bing หลายๆ คน แต่ถ้าเอาภาพผลการค้นหาที่เหมือนกันมาวางเทียบ แล้วถามคนทั่วไปว่าไมโครซอฟท์ก็อปปี้หรือไม่ คำตอบน่าจะชัดเจน

จากนั้น Matt Cutts ได้ตอบโต้ไมโครซอฟท์เป็นประเด็นๆ ดังต่อไปนี้

ประเด็นว่าไมโครซอฟท์นำข้อมูลการคลิกมาใช้โดยไม่เจาะจง ไม่ได้ตั้งใจดูดข้อมูลจากกูเกิลเป็นการเฉพาะ

Matt ขอให้ไมโครซอฟท์ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน และเขาได้อ้างอิงไปยังเอกสารวิจัยชื่อ Learning Phrase-Based Spelling Error Models from Clickthrough Data (PDF) ของ Microsoft Research ซึ่งเอกสารชิ้นนี้วิจัยเรื่องการแนะนำคำค้นที่สะกดผิด ซึ่งไมโครซอฟท์ระบุว่านำข้อมูลการคลิกลิงก์ของผู้ใช้จากเบราว์เซอร์ (ไม่ได้ระบุว่าเป็น IE) มาทำการ reverse-engineer เพื่อดูว่า query ข้อมูลและโครงสร้าง URL ของคู่แข่ง (ไม่ได้ระบุว่าเป็นกูเกิล) เป็นอย่างไร

เขายังยกประเด็นเรื่องฟีเจอร์ Suggested Sites ของ IE8 (ซึ่งกูเกิลคาดว่าเป็นต้นตอของการนำข้อมูลการคลิกลิงก์ไปใช้) ประกาศกับผู้ใช้ไม่ชัดเจนว่าจะนำข้อมูลของผู้ใช้ไปใช้งานต่อด้วย

ประเด็นว่าการก็อปปี้ผลการค้นหา กระทบแค่คำที่ไม่ค่อยมีคนค้นเท่านั้น

Matt Cutts บอกว่าเรื่องนี้ไม่จริง เพราะกูเกิลพบว่าผลการค้นหาถูกก็อปปี้ในคำค้นยอดนิยมหลายคำ แต่เลือกพิสูจน์เรื่องนี้โดยใช้คำพิสดารที่ไม่มีใครใช้ เพราะทดสอบให้เห็นได้ง่ายและชัดเจนกว่า

ประเด็นว่าข้อมูลการคลิกลิงก์เป็นแค่ 1 ใน 1,000 ปัจจัยจัดอันดับเท่านั้น

ไมโครซอฟท์ตอบหลายรอบว่าข้อมูลการคลิกลิงก์ (ที่ IE ส่งให้ Bing) เป็นแค่ปัจจัยอันหนึ่งในปัจจัยกว่า 1,000 ตัวของ Bing เท่านั้น

Matt ถามกลับว่าถ้ามีปัจจัยกว่า 1,000 ชนิด ทำไมข้อมูลการคลิกของกูเกิลถึงมีความสำคัญกว่าปัจจัยอีก 999 ตัวที่เหลือ และถ้าข้อมูลการคลิกของกูเกิลมีความสำคัญต่อ Bing เพียงแค่ 1 ใน 1,000 ทำไมไมโครซอฟท์ไม่หยุดใช้ข้อมูลนี้ เพื่อจะได้หยุดภาพลบของตัวเอง

ที่มา - Matt Cutts

Blognone Jobs Premium