สงครามระหว่างออราเคิลและเอชพีนั้นรุนแรงต่อเนื่องกันมานานจนกระทั่งหลายคนคิดไม่ออกว่าสองบริษัทจะกลับไปเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีต่อกันได้อย่างไร แต่ระหว่างนี้นักวิเคราะห์ก็เชื่อว่าลูกค้าจำนวนมากจะหันไปใช้ไอบีเอ็มแทน
Roger Kay นักวิเคราะห์จาก Endpoint Technologies Associates, Inc. ระบุว่าระหว่างที่เอชพีและออราเคิลกำลังฟ้องร้องกันนี้ ไอบีเอ็มเองก็กำลังกวาดลูกค้าเข้าหาตัวเองได้จำนวนมากโดยทำเป็นกระบวนการที่เรียกว่า Migration Factory
ไม่ว่าผลลัพธ์จากการฟ้องร้องนี้จะเป็นอย่างไร ลูกค้าองค์กรที่ชินกับการซัพพอร์ตหลังจากสินค้าหมดอายุไปนับสิบปีคงต้องวิตกกับการประกาศหยุดซัพพอร์ตของออราเคิลที่ประกาศออกมาทั้งที่เอชพีและอินเทลยังคงมีแผนการออกสินค้ารุ่นใหม่อยู่
ขณะที่ไอบีเอ็มนั้นมีชื่อเสียงในการซัพพอร์ตระยะยาวค่อนข้างดี เช่นเครื่องเมนเฟรมที่แม้จะเสื่อมความนิยมไปนานแล้วแต่ไอบีเอ็มก็ยังซัพพอร์ตมันเรื่อยมา โดยนักวิเคราะห์ A. M. Sacconaghi ประมาณว่ายอดขายเครื่องเมนเฟรมคิดเป็นรายได้ร้อยละ 4 ของไอบีเอ็มและเมื่อรวมเอาบริการ, ซอฟต์แวร์, ตลอดจนฮาร์ดแวร์อื่นๆ ที่ไอบีเอ็มขายเพื่อซัพพอร์ตเครื่องเมนเฟรมรายได้นี้จะเพิ่มเป็นร้อยละ 25
ชิป Itanium เป็นความร่วมมือระหว่างเอชพีและอินเทลในปี 1994 โดยคาดว่าจะวางตลาดในปี 1998 แต่ความซับซ้อนของแพลตฟอร์มก็ทำให้ต้องเลื่อนออกไปจนถึงปี 2001 โดยก่อนหน้านี้บริษัทเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากทั้งไอบีเอ็มเองหรือเดลล์ ก็ล้วนเคยผลิตเซิร์ฟเวอร์ด้วยแพลตฟอร์มนี้แต่ก็ต้องถอนตัวออกไปจากยอดขายที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
ที่มา - Forbes, The New York Times