บทความพิเศษ: ภาพถ่ายครอบครัวกับ ODF

by mk
17 February 2007 - 15:27

Jonathan Schwartz ประธานและซีอีโอของ Sun Microsystems ได้เขียนบล็อกเกี่ยวกับ OpenDocument โดยใช้วิธีเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่าย ผมเห็นว่าบล็อกอันนี้มีประโยชน์และจะช่วยเผยแพร่ OpenDocument และแนวคิดด้านมาตรฐานเปิดในบ้านเรา เลยแปลมาให้อ่านกัน

ร่วมกันโปรโมท OpenDocument โดยส่งเรื่องนี้ไปให้คนรู้จักของคุณอ่าน หรือใส่ลิงก์กลับมายังบล็อกนี้ในเว็บของคุณ

ภาพถ่ายครอบครัวกับ ODF

เมื่อสองสามปีก่อนตอนที่ผมกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ ผมได้ไปรื้อภาพถ่ายครอบครัวสมัยก่อนที่เก็บในกล่องใส่รองเท้า ผมสนุกกับการดูรูปภาพเหล่านี้มาก จนกระทั่งผมนึกขึ้นมาได้ว่าภาพความทรงจำเหล่านี้มีเพียงอย่างละใบเท่านั้น มีแค่ไม่กี่รูปที่อัดสำรองไว้มากกว่าหนึ่ง ให้ตายสิ

กล่องรองเท้ากล่องนั้นมันเก่ามากแล้ว ผมลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเกิดน้ำท่วมหรือไฟไหม้ขึ้นมาล่ะจะทำยังไง ผมอยากเก็บรูปภาพเหล่านี้ไว้ให้ลูกๆ ของผมดูว่าสมัยก่อนพ่อของพวกเขาหน้าตาแบบไหน และอยากส่งผ่านไปยังรุ่นหลานรุ่นเหลนของผมอีกด้วย

ดังนั้นผมจึงทำตัวเป็นลูกชายที่ดี นำกล่องรองเท้านั้นกลับบ้าน สแกนรูปภาพทั้งหมดลงคอมพิวเตอร์ (และไม่ลืมเอากล่องนั้นไปคืน) ไฟล์รูปภาพถูกเก็บลงฮาร์ดดิสก์ในแล็ปท็อป ซึ่งผมมักจะวางมันไว้ในครัว

แต่พอนึกถึงกิจกรรมในครัว ผมก็คิดว่ามันยังอันตรายอยู่ดีที่รูปจะหาย (มีโอกาสหายมากกว่าไว้ในกล่องรองเท้าด้วยซ้ำ) ผมทำสำเนาลงดีวีดี แยกเก็บไว้หลายแห่งตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงแจกไปยังญาติพี่น้อง อย่างไรก็ตาม ระบบการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายดีวีดีเกือบทั้งหมดจะหายไป!

มีคนเคยพูดไว้ว่า "เครือข่ายนั่นแหละคือคอมพิวเตอร์" ผมเลยแก้ปัญหาโดยการอัพโหลดรูปทั้งหมดไปไว้บนอินเทอร์เน็ต วิธีคิดของผมคือถ้าคุณอยากเก็บอะไรซักอย่างไว้ในกล่องรองเท้า คุณก็ควรจะจ้างมืออาชีพดูแลกล่องรองเท้าของคนอื่นให้มาดูแลกล่องของคุณด้วย บริการเว็บฝากรูปก็เช่นกัน มันน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับเก็บรูปภาพก็ได้

แต่แล้วผมก็คิดต่อไปอีก...

มีอะไรรับประกันไหมว่าบริการฝากรูปพวกนี้จะคงอยู่ตลอดไป และผมสามารถเรียกรูปภาพของผมมาดูใหม่ได้ในอีกห้าสิบปีข้างหน้า เทคโนโลยีเก็บรูปในอนาคตจะเป็นแบบไหน มันจะยังสามารถเปิดไฟล์แบบเก่าได้หรือไม่

นี่เป็นแค่ตัวอย่าง มาถึงตอนนี้คุณคงพอเห็นภาพแล้วว่าทำไม Open Document Format เป็นเรื่องสำคัญ

ลองสมมติตัวเองเป็น ส.ส. ที่ร่างกฎหมาย, หมอที่ต้องเขียนประวัติคนไข้ หรือนักเรียนที่ต้องเขียนเรียงความก็ได้ ถ้าอีกห้าสิบปีข้างหน้า คุณอยากกลับมาแก้เอกสารพวกนี้อีกครั้ง คุณยังสามารถทำได้หรือเปล่า? ลองคิดดูว่าถ้าบริษัทที่พัฒนาโปรแกรมสำหรับแก้ไขเอกสารเหล่านี้ล้มละลาย หายไปจากตลาด หรือบังคับให้คุณจ่ายเงิน 10,000 เหรียญสำหรับโปรแกรมที่เปิดไฟล์รุ่นเก่าได้ ตัวอย่างเหล่านี้สอนเราว่า "เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ข้อมูลยังต้องคงอยู่"

แล้วเราจะทำอย่างไร?

ข้อมูลที่คุณสร้างนั้นเป็นของคุณ ไม่ใช่ของบริษัทซอฟต์แวร์ คุณคงจะไม่อยากจ่ายเงินให้บริษัทผู้ผลิตกล้องทุกครั้งเวลาอยากดูรูปถ่ายของตัวเองหรอกนะ ความเสี่ยงพวกนี้เกิดจากการใช้โปรแกรมที่ไม่ทำตามมาตรฐานเปิด อย่าเพิ่งลืม "เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ข้อมูลยังต้องคงอยู่"

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทไฮเทคจำนวนมาก และหน่วยงานภาครัฐบาลของหลายประเทศ พัฒนา Open Document Format (หรือรู้จักกันในชื่อย่อว่า ODF) ขึ้นมา ODF เป็นมาตรฐานเอกสารแบบเปิด เป็นอิสระไม่ผูกติดกับโปรแกรมที่ใช้สร้างเอกสารของเจ้าใดเจ้าหนึ่ง

ดังนั้นถ้าคุณเขียนประวัติคนไข้หรือเรียงความด้วยโปรแกรมเวิร์ดโพรเซสเซอร์ที่สนับสนุน ODF ในอีกห้าสิบปีข้างหน้าคุณจะยังสามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้เสมอ ODF เป็นมาตรฐานเปิดอย่างแท้จริง ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งาน ปัจจุบันมีบริษัทซอฟต์แวร์จำนวนมากสนับสนุนการนำ ODF ไปใช้งาน ตัวอย่างเช่น ไอบีเอ็ม ซัน กูเกิล เรดแฮท หรือแม้แต่ไมโครซอฟท์เองก็เถอะ

สำหรับธุรกิจที่มีนโยบายการเก็บรักษาเอกสารแล้ว ความคงทนของข้อมูลและฟอร์แมตไฟล์นั้นสำคัญกว่าตัวโปรแกรม (และพนักงาน) ที่สร้างเอกสารมาก นี่เป็นแนวคิดเดียวกับเรื่องการเก็บภาพในกล่องรองเท้า ในฐานะที่ผมเป็น CIO ของครอบครัว ผมต้องการให้ภาพพวกนั้นมีอายุยืนยาวกกว่าตัวผมอยู่แล้ว

ตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกับกูเกิลในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง OpenOffice กับบริการออนไลน์ของกูเกิลโดยใช้ ODF เป็นสื่อกลาง เอกสารทุกฉบับที่สร้างด้วยชุดออฟฟิศออนไลน์ของกูเกิลจะสามารถนำมาใช้กับ OpenOffice ได้ โปรแกรมทั้งสองตัวช่วยรับประกันความเข้ากันได้ของเอกสารในระยะยาว ไม่จำกัดว่าเอกสารนั้นจะเป็นกฎหมาย สัญญา ประวัติคนไข้ ไดอารี หรือแผนธุรกิจ นี่รวมไปถึงสเปรดชีตและเอกสารนำเสนอด้วย

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก OpenOffice มันเป็นชุดโปรแกรมสำนักงานที่ทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ปัจจุบันมีคนจากทั่วโลกดาวน์โหลดไปแล้วหลายร้อยล้านชุด ล่าสุดบริษัทไมโครซอฟท์ได้ประกาศสนับสนุน ODF ผ่านทางปลั๊กอิน ซึ่งคุณจะสามารถดาวน์โหลดได้ในเร็วๆ นี้ ปลั๊กอินตัวนี้จะช่วยให้ไมโครซอฟท์เวิร์ดสามารถอ่านและเขียนเอกสารในรูปแบบ ODF ได้

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนมัธยมหรือบริษัทน้ำมันข้ามชาติก็ตาม คุณควรใช้ ODF เป็นฟอร์แมตเอกสารหลัก การใช้ ODF ช่วยให้โปรแกรมแบบโอเพนซอร์สและไม่เปิดซอร์สแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามกันได้อย่างราบรื่น เพราะนี่เป็นเรื่องของมาตรฐาน ไม่ใช่ในระดับเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ

ถ้าคุณเป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ คุณอาจเลือกให้ส่วนงานที่ต้องติดต่อกับภายนอกใช้ไมโครซอฟท์เวิร์ดได้ต่อไป แต่ย้ายพนักงานส่วนอื่นไปใช้โปรแกรมที่รองรับ ODF ได้ดีกว่า (ไม่ว่าจะเป็น OpenOffice, ชุดออฟฟิสของกูเกิล หรือโปรแกรมอื่นๆ ก็ตาม) สิ่งที่ทำให้อินเทอร์เน็ตแพร่หลายคือระบบที่แตกต่างกันสามารถทำงานร่วมกันได้ (interoperability) ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป (affordability) ในฐานะที่เรารู้จักและใช้งานจุดแข็งเหล่านี้เป็นอย่างดีแล้ว เราก็ควรเลือกระบบที่มีคุณลักษณะพวกนี้ไว้ใช้ในอนาคตเช่นกัน

Jonathan Schwartz ประธานและ CEO บริษัท Sun Microsystems

(ต้นฉบับภาษาอังกฤษ)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ODF

Blognone Jobs Premium