ประกาศโครงการ "กองทุน BSOD"

by mk
3 September 2008 - 20:38

จำนวนกิจกรรมด้านไอทีที่ดำเนินการโดยชุมชน (ในที่นี้คือคนธรรมดาไม่หวังผลกำไร ไม่ใช่บริษัทเชิงพาณิชย์) มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ ตัวอย่างได้แก่ BarCamp ทั้ง สี่ ครั้ง, TNWA และ APC 2008 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน

ในฐานะที่ผมจัดงาน BTD มา 3 ครั้งและงานอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ผมทราบดีว่าแรงกายกับแรงใจอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องมีแรงเงินด้วย (อย่างน้อยก็ค่าเช่าสถานที่ ทุกวันนี้มีน้อยมากที่จะได้ห้องฟรี) ถ้าหาสปอนเซอร์เจอก็โชคดีไป ถ้าหาไม่เจอ ยอมควักเองเข้าเนื้อ จัดบ่อยก็ไม่ไหว กลายเป็นเสียกำลังใจคนทำไปเสียอีก

นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ BSOD

ผมขอแยกแยะปัญหาของแต่ละฝ่าย ให้เห็นชัดเจน

  • คนจัดงาน - อยากทำเอามัน มีไอเดีย มีเวลา อาสาลงแรง แต่ไม่มีเงิน และไม่รู้จักคนมีเงิน (ในกรณีที่เป็นหน้าใหม่ อาจไม่มีประสบการณ์ในการจัดงานเพิ่มมาอีกด้วย)
  • สปอนเซอร์ - มีเงิน อาจมีไอเดีย ไม่มีแรงหรือเวลา อยากสนับสนุนกิจกรรม แต่ไม่รู้จักคนจัดกิจกรรม จะจ่ายเงินให้คนที่ไม่รู้จัก ก็กลัวโดนเชิด
  • คนไปงาน - มีหรือไม่มีอะไรบ้างไม่ทราบ แต่อยากไปงานแน่นอน มีงานที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง ถ้าไม่มีเหตุขัดข้องอันใด ทำไมจะไม่ไป

จะเห็นว่าลักษณะของคนจัดงานกับสปอนเซอร์ เป็นส่วนเติมเต็มข้อดีข้อด้อยซึ่งกันและกัน ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาข้างต้นได้ จำนวนกิจกรรมจะเกิดขึ้นอีกมาก

คนจัดงานแฮปปี้ สปอนเซอร์แฮปปี้ คนไปงานแฮปปี้

โครงการ BSOD จึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่ว่านี้

รูปแบบของ BSOD เป็นอย่างไร

BSOD จะมีคณะทำงาน (จะใช้คำว่ากรรมการหรือมัคนายกก็แล้วแต่ชอบ) ชุดหนึ่ง ที่คอยประสานงานระหว่างคนจัดงานกับสปอนเซอร์

ถ้าสปอนเซอร์อยากสนับสนุนให้กิจกรรมด้านไอทีใดๆ เกิด บริจาคเงินเข้า BSOD ตามศรัทธา ถ้ารู้จักรักชอบคนจัดงานคนไหนเป็นพิเศษ สามารถระบุเพิ่มเติมได้ว่าเงินที่จ่าย ขอให้เข้างานนี้ หรืองานแบบนี้ หรืองานโดยทีมนี้

ถ้าบริจาคเงินแบบไม่ระบุโครงการ เครดิตที่ขึ้นในงานจะเป็นของ BSOD (ส่วนรายชื่อผู้ที่บริจาคเข้า BSOD ทั้งหมด จะขึ้นในเว็บ ถ้ามันเยอะมากคงไปแปะไว้บนเวทีไม่ไหว) ถ้าอยากได้ชื่อ เรามีทางเลือกให้คือสามารถระบุโครงการที่อยากสนับสนุนได้ หรืออยากจ่ายตรงไปยังโครงการเลยก็ได้ BSOD ยินดีเป็นผู้ประสานเงินให้

ขอทุนจาก BSOD อย่างไร

คุณจะเป็นใครก็ได้ นักเรียนมัธยมต้นไปจนถึงคนทำงาน ถ้าอยากจัดกิจกรรมด้านไอที ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์ (หรือทั้งคู่) แบบไม่หวังผลกำไร (ผู้ร่วมงานไม่ต้องควักสตางค์เพื่อเข้าร่วมงาน) สามารถยื่นรายละเอียดโครงการมาขอรับทุนจาก BSOD ได้

หลังได้เงินไปจัดกิจกรรมแล้ว ผู้จัดงานมีพันธะผูกพันที่จะต้องรายงานกลับมาว่า เอาเงินไปทำอะไรบ้าง และผลของกิจกรรมเป็นอย่างไร ซึ่ง BSOD จะเผยแพร่รายงานนี้บนเว็บไซต์ของ BSOD เอง รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ ในเครือด้วย

นอกจากเงินแล้ว BSOD ยังจะให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ตามสมควร เช่น ถ้าไม่รู้จักร้านปั๊มเสื้อคุณภาพดีราคาถูกก็มาถามได้ หรือช่วยโปรโมทกิจกรรมผ่านเว็บไซต์ในเครือ เป็นต้น

รายละเอียดแบบเป๊ะๆ จะประกาศให้ทราบบนเว็บของ BSOD ต่อไป (ตอนนี้เว็บยังไม่มีครับ แหะๆ) แต่โดยหลักการประมาณนี้

การพิจารณาให้ทุน

ทีมงาน BSOD อันประกอบด้วย Blognone, DuoCore และ OpenDream จะพิจารณาร่วมกัน ถ้าไม่สามารถหาข้อยุติภายในทีมได้ จะยกสิทธิ์การตัดสินใจให้กับประธาน sugree เป็นผู้ชี้ขาด

เงินที่จะจ่ายให้ไม่มีกำหนดขั้นต่ำหรือขั้นสูง ขอมาเท่าไร อาจจะไม่ได้ทั้งหมดตามที่ต้องการ (แต่ให้เกินที่ขอนี่ไม่มีทาง :P) และทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจ

สถานภาพทางกฎหมายและความโปร่งใส

เราจั่วหัวว่า BSOD เป็น "กองทุน" แต่จริงๆ มันไม่ใช่กองทุนในทางกฎหมาย เรียกให้เข้าใจง่ายเฉยๆ เงินที่บริจาคเข้า BSOD จะไม่มีการตรวจสอบทางบัญชีเหมือนกองทุนหรือบริษัททั่วไป และไม่สามารถนำไปหักภาษีได้

การบริจาคเงินเข้า BSOD จะมีค่าเทียบเท่าโอนเงินผ่านธนาคารธรรมดา (ถ้ามีค่าโอน กรุณาจ่ายเองอีกต่างหาก แย่เนอะ)

BSOD อยู่ได้ด้วยความเชื่อใจครับ ถ้าเจ้าของเงินไม่เชื่อใจในความโปร่งใสของ BSOD อย่าโอนเข้ามาเดี๋ยวโดนมุบมิบ (คณะกรรมการมี gadget ที่อยากได้รอในคิวอยู่เยอะครับ) จ่ายเงินเข้าไปยังผู้จัดงานที่ท่านเชื่อใจโดยตรงจะดีกว่า

ทีมงาน BSOD เคยมีประสบการณ์บริหารเงินบริจาค เพื่อเป็นสปอนเซอร์ของรางวัลสำหรับโครงการ APC 2008 ผลลัพธ์คือมีผู้บริจาคเป็นเงิน $375 ตามเป้าหมาย

การบริหารงานของ BSOD จะหักค่าใช้จ่ายตามจริง และ BSOD จะเปิดเผยรายละเอียดของเงินต่อสาธารณะบนเว็บไซต์ (แน่นอนว่า มีโอกาสที่ BSOD จะโกงบัญชี โชว์เลขหลอก ไม่มีการตรวจสอบยืนยันว่าตัวเลขที่เปิดเผยจะเป็นตัวเลขจริง ไม่มีการออดิต ผมย้ำหลายๆ รอบเพราะเรื่องเงินซีเรียสมาก ถ้าไม่มั่นใจคนกลาง ไม่ต้องบริจาคผ่านทางนี้ครับ)

คำถามที่ควรจะโดนถามบ่อยอื่นๆ

1) ทำไมจึงไม่จดทะเบียนเป็นกองทุนหรือมูลนิธิเพื่อความโปร่งใส และจะได้หักภาษีได้

เราพยายามคงความคล่องตัวในการบริหารงาน ลดภาระด้านเอกสาร (เพราะทุกคนมีงานประจำ) จากการมีสถานภาพทางกฎหมายเป็นกองทุน ชมรม สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลชนิดอื่นๆ จึงคิดว่ารูปแบบนี้เหมาะที่สุดครับ

2) อนาคต BSOD จะพัฒนาเป็นกองทุนหรือมูลนิธิได้หรือไม่

ถ้ามีคนบริจาคมาเป็นเลข 7 หลัก เดี๋ยวพรุ่งนี้เดินไปจดให้เลยครับ

คือถ้าป๊อปขนาดจำเป็นต้องจดทะเบียนทางกฎหมาย (ขอให้ป๊อปเถอะ สาธุ) เทียบความยุ่งยากทางเอกสารแล้วคุ้มค่าต่อผลที่ได้รับด้านความโปร่งใส ไม่มีเหตุผลจะไม่ทำครับ

3) เว็บไซต์เมื่อไรจะเสร็จ

"It's done, when it's done."

4) ถ้าสนใจสนับสนุน BSOD ตอนนี้ หรือมีข้อเสนอแนะ ควรทำอย่างไรบ้าง

รายละเอียดของ BSOD ยังไม่เรียบร้อยนัก ทีมงานไม่มีใครเป็นนักกฎหมาย นักการเงิน หรือนักบัญชี ถ้ามีข้อเสนอแนะหรือติติง ไอเดียใดๆ มีจุดที่ไม่เคลียร์ สงสัย เขียนมาได้ในคอมเมนต์ หรือติดต่อสมาชิกคนใดคนหนึ่งในทีมงานได้เลย

ถ้าตอนนี้มีไอเดียสำหรับจัดงานอยู่บ้างแล้ว ไม่แน่ใจว่ายื่นมาแล้วจะผ่านหรือเปล่า ลองเล่ามาคร่าวๆ ในคอมเมนต์ก่อนได้ครับ ดำเนินการเสร็จ เงินจะได้ออกเลย

ถ้ารู้จักว่าที่สปอนเซอร์ใจบุญบางรายเป็นการส่วนตัว ช่วยส่งต่อรายละเอียดของ BSOD ไปยังสปอนเซอร์เหล่านั้น จะเป็นพระคุณมากครับ

5) ชื่อ BSOD มีที่มาอย่างไร

ชื่อสิ้นคิดครับ เอาตัวย่อมารวมกัน Blognone Sugree OpenDream DuoCore ส่วนแปลว่าอะไรคงทราบกันดีอยู่แล้ว

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Blognone Jobs Premium